|
หน้า 4 จาก 5 4. กุฏิกุฏิ หมายถึง ที่อยู่เฉพาะรูป กุฏิเป็นที่อยู่ของพระภิกษุสงฆ์ โดยมีจุดมุ่งหมายให้อยู่ได้เพียงองค์เดียว ห้ามมิให้สะสมสิ่งของและเครื่องใช้เกินความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต หรือแม้แต่อาหารก็ไม่สามารถเก็บไว้ในกุฏิ โดยจะต้องมีที่เก็บแยกออกไปต่างหากเรียกว่า กัปปิยกุฏิ (โรงเก็บอาหารอันสมควรอยู่นอกห้องพัก) ขนาดของกุฏิตามพระวินัยได้กำหนดไว้ในสังฆาทิเสส 13 ข้อ 6 กล่าวคือ ภิกษุสร้างกุฎิที่ต้องก่อและโบกด้วยปูนหรือดิน ซึ่งไม่มีใครเป็นเจ้าของจำเพาะเป็นที่อยู่ของตนต้องทำให้ได้ประมาณโดยยาวเพียง 12 คืบ พระสุคต โดยกว้างเพียง 7 คืบ วัดในร่วมใน (ยาวประมาณ 4.017 เมตร กว้างประมาณ 2.343 เมตร) และต้องให้สงฆ์แสดงให้ก่อน ถ้าไม่ให้สงฆ์แสดงที่ให้ก็ดี ทำให้เกินประมาณก็ดี ต้องสัมฆาทิเสส
สำหรับกุฏิที่ยังคงเหลือให้ทำการสำรวจหาข้อมูลได้นั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะด้วยกันคือ
1) กฎิของวัดที่อยู่ใกล้เคียงกับชุมชนหรืออยู่ในเมือง กุฎิประเภทนี้มักมีการวางผังและ รูปร่างคล้ายเรือนไทยแบบเรือนหมู่ หมู่ละประมาณ 6 หลัง โดยหลังหนึ่งมีห้องนอน 3-6 ห้อง กุฏิแต่ละหลังจะถูกจัดวางรวมกันเป็นหมู่หรือเป็นแถว และเชื่อมต่อกันด้วยชาน
บริเวณตรงกลางของหมู่กุฏิมักเป็นที่ตั้งขอหอฉันหรือหอสวดมนต์แต่หอฉันของบางวัดอาจตั้งอยู่บริเวณริมหนึ่งริมใดของหมู่เรือนก็ได้ โดยบริเวณตรงกลางจะเป็นชานเปิดโล่งโดยตลอด และนิยมปลูกต้นไม้ใหญ่บริเวณกลางชาน
พรรณไม้ที่นิยมปลูก ได้แก่ มะม่วง ชมพู่ จำปี จำปา ขนุน จัน ฯลฯ ลักษณะของกุฏิ ดังกล่าวเป็นหมู่กุฏิที่รวมกันเป็น หนึ่งคณะ ซึ่งวัดหนึ่งๆ อาจมีหลายคณะก็ได้ โดยทั้งหมดตั้งอยู่ในเขตบริเวณที่เรียกว่า สังฆาวาส
สำหรับกุฏิที่อยู่ในเมืองมักมีลักษณะรูปร่าง ผัง พื้นและโครงสร้างเหมือนกับเรือนไทยเดิมมาก โดยเฉพาะเรือน 3 ห้อง มักได้มาจากเจ้าของเรือนไทยเดิมรื้อเรือนของตนเองถวายวัด หรือ รื้อเรือนของพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปแล้ว เอามาถวายวัดเพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้
ส่วนกุฏิชนิด 4 ห้อง 5 ห้อง และ 6 ห้องนั้นเป็นเรือนที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของสงฆ์โดยตรง มิใช่เรือนพักอาศัยที่รื้อมาถวายวัด
กุฏิเหล่านี้ยังคงเหลือให้เห็นอยู่บ้าง เช่น กุฏิ 4 ห้องที่วัดใหม่ บางกระสอบ จ. สมุทรปราการ สำหรับกุฏิ 5 ห้อง และกุฏิ 6 ห้อง ยังมีปรากฎอยู่ที่วัดชนะสงคราม กรุงเทพฯ วัดราชสิทธาราม และวัดหงส์รัตนาราม ธนบุรี
กุฏิอีกลักษณะหนึ่งซึ่งนิยมสร้างในต่างจังหวัด ได้แก่ กุฎิที่มีลักษณะหลังคาแฝดเหมือนกับเรือน 2 หลังติดกัน หลังหนึ่งมีฝากั้นเป็นห้อง ส่วนอีกหลังหนึ่งปล่อยเป็นเรือนโถงไม่มีฝา ด้านหน้าติดกับชานร่วม เรือนหลังในมีที่กั้นห้องมิดชิดเป็นที่หลับนอนของพระสงฆ์โดยเฉพาะ ส่วนเรือน หลังนอกเป็นที่นั่งพักผ่อนและรับแขกทั้งอุบาสกและอุบาสิกา
การจัดผังของคณะนั้นจัดเรียงกันไปตามยาว 2 แถว หอฉันอยู่ตรงกลาง ล้อมรั้วชาน มีประตูหัวท้าย ตัวอย่างเช่น กุฏิวัดพระรูปและกุฏิวัดปู่บัว จ. สุพรรณบุรี กุฏิเจ้าอาวาสวัดบุพผาราม จ.ตราด เป็นต้น
2. กุฏิวัดที่อยู่ในป่า โดยทั่วไปวัดลักษณะนี้มักมีบริเวณกว้างขวางและมีพรรณไม้สูงต่างๆ ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น เช่น ต้นยาง วัดในป่านี้จะยึดปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเป็นหลัก ลักษณะกุฏิของวัดป่านี้มักเป็นหลังเดียวโดดๆ มีความกว้างประมาณ 2 เมตร และยาวประมาณ 2.50 เมตร ส่วนระยะห่างของกุฏิประมาณ 3-5 เมตร เรียงยาวอย่างเป็นระเบียบแสดงลักษณะของความสันโดษอย่างชัดเจนและเนื่องด้วยวัดมีบริเวณกว้างขวาง อาคารที่ใช้ประกอบกิจทางศาสนาและอาคาร ชนิดอื่นมักตั้งอยู่ห่างจากกุฏิออกไป แนะนำบทความนี้ให้เพื่อน...
|
ความเห็นจากเพื่อนสมาชิก (0)
|
|
|