หน้าแรก arrow การออกแบบ/ตกแต่งบ้านทรงไทย arrow สถาปัตยกรรมไทยไปต่างแดน Make Text BiggerMake Text SmallerReset Text Size

สถาปัตยกรรมไทยไปต่างแดน PDF พิมพ์ อีเมล์
  

บทความเนื้อหาโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี (นำมาจากเนื้อหาจากบทวิทยุกระจายเสียง ปี 2546 ของ http://www.stou.ac.th)

ความเป็นมาของสถาปัตยกรรมไทย

หากจะกล่าวถึงสถาปัตยกรรมไทยโดยเฉพาะบ้านไทยแล้ว คุณก็คงจะนึกถึงเรือนไทยที่มีหลังคาจั่วทรงสูง ยกพื้นใต้ถุนสูง มีระเบียงหรือนอกชานซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นสวยงามแก่ผู้ที่พบเห็น ไม่ว่าจะนำไปปลูกสร้างที่ไหน ก็จะรู้ได้ทันทีว่านี่คือบ้านเรือนไทยเป็นสถาปัตยกรรมที่เกิดจากภูมิปัญญาของคนไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว และที่สำคัญสถาปัตยกรรมไทย เน้นการก่อสร้างเรือนไทยทั้ง 4 ภาค คือ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ และอีสาน แต่ที่นิยมและเห็นส่วนมากจะนิยมเรือนไทยภาคกลางเพราะมีเอกลักษณะที่โดดเด่น สวยงามเน้นศิลปะความสวยงามของไม้ คือ ไม้สักจากการออกแบบของสถาปนิกคนไทย เพราะบ้าน ไทยจะใช้ไม้เป็นหลักไม่ว่าจะเป็นสลักเดือย เสา พื้น ฝา หรือหลังคา ก็ใช้ไม้เป็นภูมิปัญญาของช่างไทยที่ถ่ายทอดมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน และนำไปเผยแพร่ยังต่างประเทศให้ชาวต่างชาติได้ชื่นชมในสถาปัตยกรรมไทย


สถาปัตยกรรมบ้านไทยไม่ได้มีเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่มีสถาปนิกชาวไทยที่มองเห็นความสำคัญของสถาปัตยกรรมไทยและได้นำบ้านไทยไปปลูกสร้างในต่างประเทศ เป็นการเผยแพร่ให้ชาวต่างประเทศได้เห็นและชื่นชมในความสามารถของคนไทยและงานสถาปัตยกรรมไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งสร้างความประทับใจแก่ชาวต่างชาติเป็นอย่างมากในหลาย ๆ ประเทศและก็นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทยอย่างมากเช่นเดียวกัน

สถาปัตยกรรมไทยเป็นงานที่เป็นภูมิปัญญาของไทยมาตั้งแต่โบราณแล้ว ประเทศไทยเรานั้นเป็นประเทศที่มีความเป็นอิสระภาพมาช้านาน ไม่ได้ถูกปกครองโดยคนต่างชาติหรือประเทศในยุโรป เราเป็นประเทศที่มีการสร้างศิลปวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนานมาก เมื่อพูดถึงเรือนไทยหรือสถาปัตยกรรมไทยที่เป็นเรือนไทย ก็หมายถึงบ้านพักอาศัยของคนไทยตั้งแต่โบราณมา ในสมัยก่อนเราไม่มีวัสดุมากมายเหมือนอย่างที่มีอยู่ทุกวันนี้ เรามีต้นไม้เป็นหลักในการใช้ที่จะเอามาสร้างเป็นที่พักอาศัย เรา สามารถที่จะทำอิฐดินเผาได้ แต่ในสมัยก่อนหน้าขึ้นไปแทบจะไม่มีเหมือนกันอย่างเช่นต้นรัตนโกสินทร์หรือในสมัยอยุธยาก็อยู่เรือนมุงหลังคาจากหรือแฝก หรือถ้าเป็นทางเหนือเมืองเหนือก็ใช้ตองตึงอย่างนั้น พอมาถึงระยะหลัง ๆ เราก็ทำกระเบื้องได้เอง เผากระเบื้องเองได้ เรามีวัสดุที่ใช้เป็นหลักอยู่ 2 อย่าง คือ

1. กระเบื้อง
2. ไม้

เราไม่มีตะปู ไม่มีเหล็ก ก็จะเห็นได้จากภูมิปัญญาของไทย เช่น ในการที่จะนำไม้มาประสานกันขึ้นให้เป็นตัวเรือน ก็ถือว่าเป็นภูมิปัญญาที่ยอดเยี่ยมมาก ใช้สลัก ใช้เดือยและใช้ลูกประสาน (ประสัก)เข้ายึดด้วยกันออกมาเป็นเรือน ซึ่งสามารถเข้าไปพักอาศัยได้ และวัสดุต่าง ๆ เหล่านี้ อย่างเช่นไม้ถ้าหากว่าเป็น ในภาคกลางหรือว่าทางเหนือ ไม้สักเป็นไม้ที่มีคุณภาพดีที่สุดนิยมนำมาใช้กันมาก เพราะจะเห็นได้จากระยะต้นของกรุงรัตนโกสินทร์จะมีเรือนไทยที่ใช้กันทุกระดับชั้น อย่างเช่นว่าใช้สำหรับประชาชนธรรมดา ทำนาทำพืชไร่ไม้สักหาได้ง่ายก็นำมาใช้

ส่วนเสาต่าง ๆอาจใช้ไม้แดง เรื่องไม้นี้สำคัญเนื่องจากว่าไม้ทุกชนิดหาได้ง่ายมาก บางท่านก็เลือกใช้ไม้อย่างเช่นไม้ตะเคียนทองอย่างนี้จะไม่นำมาใช้เพราะเนื้อไม้เป็นโพรงซึ่งบางครั้งมองไม่ออกเวลาตัดมาทำเสาเรือนจะเลือกเอาขนาดที่ต้องการให้พอดีเลยไม่ได้ เมื่อทำไม่ได้ก็มีการล้างผลาญไม้กันตัดต้นใหญ่มาทำก็ใช้ไม่ได้ ครั้นจะเลือกเอาเฉพาะขนาดเท่ากับที่ต้องการใช้นั้นก็ไม่ได้เป็นการสิ้นเปลือง ยังเป็นการทำลายธรรมชาติของไม้อีกด้วย แล้วยังมีไม้อีกชนิดหนึ่งอย่างเช่นไม้มะค่า

เมื่อสมัยก่อนไม่นิยมปลูกกันเพราะเหตุว่าไม้มะค่าจริง ๆ แล้วอยู่ในป่าลึกมาก ต้นใหญ่มากกว่าจะโตใช้การได้ใช้เวลาหลาย ๆ ปี การที่จะไปตัดฉุดลากออกมาจากป่าลึกทำได้ยาก ไข้ป่าก็ชุมแล้วอีกอย่างหนึ่งขึ้นชื่อว่า “ไม้มะค่า” นี้ก็มาคล้องกับคำว่า “มาค่า (มาฆ่า)” ซึ่งชื่อไม่เป็นมงคลทั้งนี้ก็เพราะว่าสามารถเลือกใช้ไม้ชนิดอื่นแทนก็ได้ อย่างเช่นไม้แดงหรือไม้ประดู่ก็มีเยอะแยะหรือจะใช้ไม้สักก็ได้ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าการนำไม้มาปลูกเป็นเรือนเป็นที่พักอาศัยนั้นก็มีความสำคัญมีความโดดเด่น ซึ่งไม่เหมือนกับชาติอื่น ๆ แต่มาในระยะหลังเรือนที่ปลูกใช้กันในระดับเจ้านายชั้นสูง อย่างเช่นระดับพระองค์เจ้าก็เป็นเรือนไม้สักอย่างดีทั้งนั้น ที่ปลูกสร้างขึ้นรุ่นแรก ๆ แต่เดี๋ยวนี้ค่อนข้างจะหาไม้ได้ยากเพราะว่าถูกตัดไปมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกพ่อค้าไม้มักจะตัดเป็นการค้ากันเสียหมดที่เร่งรีบตัดก็จะกลายเป็นการทำลายป่าไป

ไม้ที่ใช้ในการก่อสร้างในต่างแดน

ในสมัยโบราณเนื่องจากว่าการคมนาคมไม่สะดวก การขนส่งก็ยาก การสื่อสารก็ยาก อะไร ๆ ก็ยาก แต่ในยุคปัจจุบันนี้โลกมันยิ่งแคบลงเรื่อย ๆ เพราะว่าการสื่อสารทำได้รวดเร็วและการติดต่ออะไรต่าง ๆ ก็รวดเร็วมากด้วย ตัวของวิทยากรเองก็เป็นอาจารย์สอนวิชาสถาปัตยกรรมไทยในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมเวลาเกือบ 40 ปี เป็นที่รู้จักกันดี มีลูกศิษย์ลูกหามากพอสมควร ในส่วนของต่างประเทศมักจะดูทางอินเตอร์เน็ตบ้าง หรืออื่น ๆ บ้างก็พอจะทราบว่าเป็นอาจารย์อยู่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าพูดถึงความเป็นครูก็มีลูกศิษย์มาก และเพื่อน ๆ ก็มาก บางทีมีเพื่อนต่างชาติที่เป็นเพื่อนของวิทยากรอีกทีหนึ่งพาเพื่อนมาชักจูงมา อันไหนที่ สมควรจะทำก็ทำให้ และตั้งใจไว้ว่าในเมื่อการคมนาคมสะดวก การสื่อสารก็สะดวกอย่างนี้แล้ว ตัวของวิทยากรก็อาจจะเปิดตลาดโลกเลยเพื่อไว้สำหรับลูกศิษย์ที่จะเรียน เพราะว่าเดี๋ยวนี้ในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เปิดภาควิชาสถาปัตยกรรมไทยขึ้นมาแล้ว และจบไปสามรุ่นแล้ว แต่ว่ารับรุ่นละ 5 คน ตอนนี้รับใหม่ถูกขอร้องให้รับเพิ่มเป็น 8 คนวิทยากรกล้ารับรองได้ว่าทุกคนมีฝีมือดีมาก มีคุณภาพ

เพราะเห็นความสำคัญว่าเดี๋ยวนี้สถาปัตยกรรมไทยนั้นมีความต้องการสูงมากทั้ง ยุโรปและอเมริกาสาเหตุที่เป็นอย่างนี้ก็เนื่องมาจาก นอกเหนือจากบ้านของเอกชนแล้ว มองทางด้านศาสนาพระพุทธศาสนาได้เผยแพร่ไปในแถบยุโรป สหรัฐอเมริกา ไปแทบจะทุกรัฐ เพราะที่เรียกว่าบ้านไทยก็เลยกลายเป็นว่าพุทธสิน อย่างเช่น กุฏิสงฆ์ในพระศาสนาที่เรียกว่า “คามวาสี” ฉะนั้นกุฏิสงฆ์ในคามวาสีก็คือ เครื่องเขาเรียกว่า “เครื่องสับ” บ้านไทยนี่เมื่อเป็นเครื่องสับอย่างนี้ก็ย่อมสามารถถอดได้เป็นชิ้น ๆ แล้วต้องประกอบกลับคืนได้ด้วย อย่างไทยโบราณนี้ที่ฝรั่งเขาเรียกว่า “น๊อคดาวน์” หมายความว่าถอดเป็นชิ้นและสามารถประกอบได้โดยง่าย จะถอดอีกก็ได้หรือจะเอาเข้าเมื่อไหร่ก็ได้ อย่างนี่เป็นภูมิปัญญาไทยที่น่าสรรเสริญมาก เพราะฉะนั้นเวลาที่เราจะนำไปใช้ในต่างประเทศจะมีปัญหาอยู่อันหนึ่งก็คือว่า ถ้าหากเป็นของเอกชนเดี๋ยวนี้ไม้สักค่อนข้างหายากแล้ว ซึ่งจะต้องใช้เวลาคอยอีกหลายสิบปีกว่าจะได้ไม้สักที่รัฐบาลปลูกไว้เป็นไร่ป่าสัก ไม้สักที่ใช้การอายุจะต้องอยู่ในราว 100 ปีขึ้นไปถึงจะดีสำหรับงานก่อสร้าง เดี๋ยวนี้งานก่อสร้างในต่างประเทศ

ถ้าหากว่ารัฐบาลเจรจาตกลงกัน อย่างเช่นวิทยากรถูกขอร้องจากรัฐบาลเยอรมันนีให้ไปทำศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ฮัมบวร์ก ตรงนี้เป็นเรื่องของรัฐบาลซึ่งได้รับอนุญาตให้ขนส่งไม้ออกไปได้ง่าย แต่ของเอกชนนี่บางทีก็ส่งไม่ได้ เพราะการจะนำไม้สักไปต่างประเทศเพื่อไปทำเรือนไทยนั้นบางครั้งก็มีอุปสรรค โดยเฉพาะในต่างแดน ในเมืองหนาว ๆ เช่น ถ้าวิทยากรไปทำในแคนาดาซึ่งเหนือแคนาดาไปอีกหน่อยอย่างแวนคูเวอร์ขึ้นไปอีกประมาณ 100 กิโลเมตรอุณหภูมิติดลบ 40 องศาเซลเซียส ซี่งอากาศหนาวมาก ลบถึง 40 องศาเซลเซียส เจ้าของเป็นเอกชนแต่มีภรรยาเป็นคนไทย เขาไปหาที่จุฬาฯ บอกว่าอยากให้ช่วยออกแบบบ้านให้หน่อย เพราะว่าภรรยาเป็นคนไทยแล้วที่นี่เป็นรีสอร์ทใหญ่ของแคนาดาด้วย อยู่ระหว่างแคนรูฟซิตี้กับคลินตันซิตี้

แรก ๆ วิทยากรปฎิเสธไปเพราะว่าไปลำบากแล้วก็เอาไม้ไปไม่ได้ แต่พอวิทยากรไปดูสถานที่แล้วเกิดความท้าทายตัวเองขึ้นมาว่า “มันน่าจะต้องทำ” เพราะว่าถ้าหากทำได้ก็จะเป็นเรือนไทยหมู่แห่งแรกของประวัติศาสตร์ที่มาอยู่ในที่หนาวขนาดนี้ ซี่งไม่เคยมีมาก่อนเลยในประวัติศาสตร์ และประการที่ 2 คือ เราสามารถสร้างได้โดยใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกเช่น เครื่องทำความอุ่นอะไร ต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งสถานที่นั้นมีน้ำแร่อยู่ก็ลากและดึงขึ้นมาใช้ได้โดยการเดินท่อสามารถให้ความอบอุ่น กับตัวอาคารได้ และประการสำคัญที่สุดก็คือ ว่าตั้งใจไว้ว่าต่อไปนี้จะมีเรือนไทยอยู่ในต่างแดนซึ่งเป็นที่ที่หนาวที่สุด

เราจะได้เห็นว่าเรือนไทยสามารถอยู่ได้ แล้วก็ลูกศิษย์ลูกหาที่เป็นสถาปนิกเรียนภาควิชาสถาปัตยกรรมไทยจากจุฬาฯ ก็จะได้มีโอกาสทำต่อไป เมื่อที่นี่เป็นที่ยอมรับว่างดงามและต้องเป็นที่ยอมรับจริง ๆ ว่างดงาม เพราะว่าหนังสือแม็กกาซีนทั้งหลายในยุโรปและอเมริกาได้เอาไปตีพิมพ์มากมาย เมื่อเป็นอย่างนี้ก็ย่อมหมายความว่าเราได้เปิดตลาดโลกทางด้านนี้ให้เห็นความงดงามของเรือนไทยจริง ๆ ซึ่งสามารถอยู่ได้พักอาศัยได้ถึงแม้ว่าอากาศจะหนาวมากก็ตาม

การออกแบบบ้านไทยในต่างแดน

ตามที่ได้บอกไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าไม่สามารถที่จะเอาไม้สักไปต่างประเทศได้ ตอนที่ไปครั้งแรกวิทยากรก็ได้พิจารณาแล้วว่าถ้าจะทำแน่ก็คงเอาไม้สักไปทำไม่ได้ นอกจากระยะทางจะไกลมากเล้วทางรัฐบาลก็ยังห้ามส่งออกโดยเฉพาะของเอกชนนี่จะส่งออกได้ต้องทำเรื่องยาวนานมาก วิทยากรเห็นว่าที่บริเวณนั้นเขาก็ใช้เรือนไม้อยู่ ซึ่งเป็นลักษณะ Rock Cabin นอกนั้นใช้ไม้เป็นพวกไม้ซีด้ากับโอ๊ก อย่างกระเบื้องใช้ไม้ซีด้า แต่บ้านเราใช้กระเบื้องไม้ซึ่งเรียกว่าเกล็ดแป้น เช่น ที่เชียงใหม่ใช้ไม้สักเป็นแป้น หรือบางคนก็เรียกว่าแป้นเกล็ด ส่วนทางอีสานใช้ไม้ตะเคียนทอง เป็นไม้ที่เป็นกระเบื้องมุงแต่โบราณ สำหรับแคนาดาเห็นเขามุงหลังคาอยู่ที่เป็น Rock Cabin ใช้ไม้ซีด้า แล้วปรับขนาดให้เท่ากับกระเบื้องหรือเท่ากับไม้ของบ้านเรามุงหลังคา ซึ่งเป็นหลังคาเรือนไทยมีความงดงามเท่ากับที่กรุงเทพฯ และกรรมวิธีเราก็ต้องปรับเปลี่ยน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือนไทยที่เป็นเครื่องสับของเราเองช่างมีฝีมือประณีตมากในการเจาะสลักเดือยให้เข้ากันได้ เดือยมีหลายแบบ มีเดือยหางเหยี่ยวบ้าง เดือยเข็ญบ้าง แต่ถ้าเป็นทางโน้นต้องใช้ช่างฝรั่งแทน เพราะว่าช่างคนไทยคงไม่ไหวไปอยู่ที่นั่นลบ 40 องศาเซลเซียส แค่ลบ 10 ก็แทบไม่ไหวแล้ว เพราะฉะนั้นกรรมวิธีในการสร้างบ้านต้องปรับใหม่หมด ต้องปรับกรรมวิธีใหม่หมด นำเอารูปลักษณ์ของไทยที่มีสัดส่วนที่งดงามอ่อนช้อยมาใช้ประโยชน์ในการใช้สอยได้ทุกจุด เพราะว่าที่โน่นเรื่องของประโยชน์ใช้สอยก็ถือว่าสำคัญมากแล้วก็ออกแบบให้ใช้ได้แม้กระทั่งใต้ถุนเรือนไทยที่ออกแบบไว้เป็นเรือนไทยหมู่ที่เรียกว่า Super Deluxe ซึ่งมีอ่างอาบน้ำและห้องนอนอย่างดี น้ำที่ใช้เป็นน้ำอุ่นจากน้ำแร่ สูบจากข้างล่างขึ้นมาตามท่อโดยรอบ มองจากภายนอกจะเห็นว่าเป็นเรือนไทยที่งดงามมาก ที่โน่นทิวทัศน์สวยงามมากเข้ากับบรรยากาศ จึงใช้กระจกทำหน้าต่างและประตูเพื่อดูวิวได้รอบ ๆ เมื่อถึงฤดู Spring คือ หน้าร้อนก็จะเห็นวิวทิวทัศน์อีกแบบหนึ่ง พอถึงหน้า Fall คือ ใบไม้ร่วงก็จะเป็นอีกอย่างหนึ่ง สีสันสวยงามมากเปลี่ยนสีจากเหลืองเป็นแดงบ้าง ทีนี้พอถึงหน้าหนาวหิมะลงเต็มหมดขาวโพลนไปหมดเห็นเฉพาะต้นสนอย่างเดียวที่มีสีเขียวอยู่ แม้กระทั่งเรือนไทยถ้าคุณเห็นภาพจะเห็นรอยหิมะปกคลุมหลังคาเต็มไปหมด เพราะฉะนั้นต้องคำนวณเรื่องรับน้ำหนักปกติสำหรับนอกชานกว้าง ๆ บ้านเราไม่มีหิมะไม่ต้องเผื่อน้ำหนักเท่าไหร่ แต่ที่โน่นไม่ได้ต้องเผื่อเอาไว้เมื่อเผื่อก็จะต้องเป็นคานเหล็กไฮบีม ซึ่งต้องเปลี่ยนแปลงกรรมวิธีในการใช้เรื่องของโครงสร้างด้วย เพราะทั้งหมดเป็นการออกแบบให้อยู่ได้ในประเทศเมืองหนาว จะเป็นเรือนไทยหมู่แรกในประวัติศาสตร์ของไทยต่อไป

ความภูมิใจของสถาปนิกในผลงาน

นอกจากที่ประเทศแคนาดาแล้ว ยังมีประเทศอื่น ๆ อีกที่มีเรือนไทยอยู่ แต่ไม่เชิงเป็นเรือนไทยมากนักเป็นรูปลักษณ์ซะมากกว่ามีลักษณะเป็นศาลาไทยบ้าง เป็นพระอุโบสถบ้าง ส่วนมากเป็นอาคารทางพระศาสนาเสียมากกว่า อย่างเช่น ศาลาไทยที่กรุงเทลอาวีฟ ประเทศ อิสราเอล อย่างนั้นสร้างเพื่อเฉลิมฉลองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ครบ 6 รอบก็ไปสร้างไว้ในสวนโมดิอินสวยงามมาก อิสราเอลก็ดูแลเป็นอย่างดี ไปทำโบสถ์หรือวัดที่กุสินาราเป็นที่เสด็จปรินิพพานขององค์พระพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานที่กรุงกุสินารา คณะกรรมการดำเนินการก็เชิญวิทยากรไปเป็นสถาปนิกออกแบบวัดกุสินารา ซึ่งเดี๋ยวนี้เรียบร้อยสมบูรณ์แล้วมีความงดงาม ถือว่าเป็นพระอุโบสถที่งดงามมากแห่งหนึ่ง เสร็จจากกุสินาราแล้วคนของรัฐบาลไทยที่ลุมพินีวันที่ซึ่งพระพุทธองค์ประสูติประเทศเนปาล ในสมัยก่อนเป็นเขตเดียวกันกับอินเดีย แต่ปัจจุบันแบ่งเป็น ณ ที่ประสูติเป็นของเนปาล ขณะนี้กำลังก่อสร้างอยู่มีหลายประเทศที่ไปทำ ในการทำวิทยากรก็จะนึกถึงลูกศิษย์อยู่ตลอดเวลาว่าที่ทำนี้จะได้เป็นแบบอย่างเป็นบทเรียนให้ลูกศิษย์ที่เรียนสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาปัตยกรรมไทยให้ดูกว้างขวางและแพร่หลายยิ่งขึ้น ซึ่งนั่นก็คือ ความสามารถของคนไทยเป็นศิลปไทยและสมควรที่คนไทยทุกคนจะภาคภูมิใจกับผลงานของวิทยากรสมควรได้รับการยกย่อง

แนะนำบทความนี้ให้เพื่อน...



ความเห็นจากเพื่อนสมาชิก (1)
โดย thaiphum, on 27-09-2008 21:15, , Registered
ได้อ่านบทความแล้วทไห้อยากรู้จักผู เขียน อ่านแล้วก็เห็นดีเห้นงามมากขึ้นเกี ยวกับภูมิความรู้ที่มีความละเอียด ่อนเกินเดา คนไทยดูดูก็ขี้เกียจๆแต่เวลาจะเอาด ก็ทำได้ไม่แพ้ใคร แต่เผลอๆก็มักง่ายสุดจะคาดการณ์ เห้นที่ภูเก็ตเมืองเพิ่งจะโต แต่มองไปที่ไหนก็เจอแต่เหงาเต็มไปห ด อย่าได้กระโดดร่มลงมาเชียวมีหวังจะ ดนเหงาเกี่ยวแน่เลย อยากรู้จักคนเขียน อาหารไทยสู่โลกสูตรใหม่ไม่แน่อาจเป นเหงาไทยสู่โลกบ้าง ขอคุยด้วย กำลังทำบ้านไทยอยู่ 5 หลัง 8 ปีแล้ว มีแต่คนบอกให้รื้อแล้วทำห้องแถวขาย เรือนไทยทำกินไม่ได้ ที่รู้ๆนักท่องเที่ยวมาไทยเพราะอยา เห็นไทยlandมากกว่าจะมาดูตึกแถว เราเป็นเพียงคนบ้าคนหนึ่งที่รักไทย
 
» แจ้งข้อคิดเห็นนี้ไปยังผู้ดูระบบ
» ตอบข้อคิดเห็นนี้...

แสดงความเห็น คลิกที่นี่...



mXcomment 1.0.6 © 2007-2012 - visualclinic.fr
License Creative Commons - Some rights reserved
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

บทความบ้านทรงไทยน่าอ่าน
ความรู้พื้นฐานบ้านทรงไทยฐานานุศักดิ์ของสถาปัตยกรรมไทย

article thumbnail

เรือนเครื่องสับ มีลักษณะพิเศษอยู่อย่างหนึ่งคือ จะมี “ฐานานุศักดิ์” ในตัวของมันเองอยู่ทุกหลัง ทั้งนี้ขึ [ ... ]


แนะนำบ้านทรงไทยเด่น"บ้าน" มรดกทางวัฒนธรรม

article thumbnail

"บ้าน" มรดกทางวัฒนธรรม

ทุกชีวิตเกิดมาย่อมมี "บ้าน" เป็นจุดเริ่มต้น จากรูปทรงแห่งอดีตจนถึงปัจจุบัน "บ้าน" เป็ [ ... ]


ฤกษ์ยามและความเชื่อในการปลูกบ้านทรงไทยข้อห้ามเคหะศาสตร์

article thumbnail

บทความนี้นำมาจาก http://www.homeloverthai.com บ้านไม่บ้านของ อ.เชี่ยว ทางบ้านทรงไทรงดอทคอมเห็นว่ามีประโยชน์ สามารถนำมาใช้ป [ ... ]


เรือนไทย 4 ภาคเรือนไทยภาคอีสาน

article thumbnail

การสร้างบ้านของชุมชนในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่สมัยโบราณมักเลือกทำเลที่ตั้งอยู่ตามที่ราบลุ่มที่ [ ... ]


ความรู้พื้นฐานบ้านทรงไทยวิวัฒนาการบ้านทรงไทยในสมัยรัตนโกสินทร์

article thumbnail

     

บ้านทรงไทยสมัย รัชกาลที่ ๑


บ้านทรงไทยใน ๒๐๐ ปี
รัตนโก [ ... ]


องค์ประกอบและโครงสร้างบ้านทรงไทยไม้กระถางหรืออ่างบัวที่ลานชานบ้านไทย ช่วยอะไรได้อีกนอกจาก ความสวยงาม

article thumbnail

เพราะการมีชานเรือนขนาดใหญ่ ทำให้แดดสามารถตกกระทบสู่พื้นลานได้โดย ตรง แม้วัสดุพื้นจะเป็นไม้ที่ไม่สะสมคว [ ... ]


องค์ประกอบและโครงสร้างบ้านทรงไทยบ้านไทยสร้างด้วยวัสดุเบาๆ มีประโยชน์อย่างไรกับเรื่องพลังงาน

article thumbnail

บ้านไทยเรือนไทยส่วนใหญ่จะทำด้วยไม้และวัสดุเบาๆ ซึ่งวัสดุเบาๆเหล่านี้จะ เก็บความร้อนและกันความร้อนได้น [ ... ]


การก่อสร้างบ้านทรงไทยจะสร้างบ้านทรงไทยสักหลัง...จะต้องทำอะไรบ้าง ?

article thumbnail

จะสร้างบ้านทรงไทยสักหลัง...จะต้องทำอะไรบ้าง ? ปัจจุบัน หากท่านต้องการมีบ้านทรงไทยไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป [ ... ]


บทความอื่นๆ

ดาวน์โหลดเอกสารและซอฟแวร์

Quick Navigation


สุ่มบทความ

คุณรู้ไหม?

ส่งข้อความให้ webmaster






บทความยอดนิยม

สุ่มผลงานที่ผ่านมา

EakachaiGolf_80
BanBangKruai_30
EakachaiGolf_73
Soi On Nuch_81

Home | Services | Work Experiences | Articles | Gallery | Webboard | Download | Classified | FAQ | Contact us |
| Glossary | Web Links | Sitemap | Event Calendar | Do you know? | Recommend to friend | Civil & Archi. Glossary |
Copyright 2000 - 2005 BanSongThai.com All rights reserved.
ติดต่อสายด่วน : 08-1556-1520
อีเมล : bansongthai@gmail.com หรือ
webmaster@bansongthai.com
powered by Joomla laithai
eXTReMe Tracker