สถาปัตยกรรมไทย PDF พิมพ์ อีเมล์
  

บทความนี้นำมาจากจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี สำหรับผู้ที่ต้องการรู้ประวัติความเป็นมาของสถาปัตยกรรมไทยอย่างย่อๆ และทำให้พอทราบที่ไปที่มาของประวัติบ้านทรงไทย หรือบ้านไทยสมัยก่อน และยุคสมัยต่างๆ ......เชิญอ่านเลยครับ

สถาปัตยกรรมไทย

หมายถึง ศิลปะการก่อสร้างของไทย อันได้แก่ อาคาร บ้านเรือน โบสถ์ วิหาร วัง สถูป และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ มีลักษณะแตกต่างกันไปตามภูมิศาสตร์ และคตินิยม

สามารถจัดหมวดหมู่ ตามลักษณะการใช้งานได้ 2 ประเภท คือ

1) สถาปัตยกรรมที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ได้แก่ บ้านเรือน ตำหนักวัง และพระราชวัง เป็นต้น บ้านหรือเรือนเป็นที่อยู่อาศัยของสามัญชน ธรรมดาทั่วไป ซึ่งมีทั้งเรือนไม้ และเรือนปูน เรือนไม้มีอยู่ 2 ชนิด คือ เรือนเครื่องผูก และ เรือนเครื่องสับ ตำหนัก และวัง เป็นเรือนที่อยู่ของชนชั้นสูง พระราชวงศ์ หรือ ใช้เรียกที่ประทับชั้นรอง ของพระมหากษัตริย์

Image
(พระตำหนักทับขวัญ ใน พระราชวังสนามจันทร์ มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบเรือนไทยภาคกลาง)

2) สถาปัตยกรรมที่เกี่ยวข้องศาสนา ได้แก่ โบสถ์,วิหาร,กุฎิ,หอไตร,หอระฆังและหอกลอง,สถูป ,เจดีย์


ประวัติสถาปัตยกรรมไทย


สถาปัตยกรรมไทย มีมานานตั้งแต่ที่คนไทยเริ่มตั้งถิ่นฐาน เป็นเวลาร่วม 4000 ปี บรรพบุรุษไทยได้พัฒนาและปรับปรุงรูปแบบสถาปัตยกรรมอันเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ สภาพภูมิประเทศ โดยเพิ่มเติมใส่เอกลักษณ์ความเป็นไทยเข้าไป ซึ่งนับเป็นการแสดงออกความสามารถของบรรพบุรุษไทย

สามารถแบ่งยุคได้เป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ คือ

ก. สถาปัตยกรรมไทยสมัยประวัติศาสตร์ และ
ข. สถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์

ก. สถาปัตยกรรมไทยสมัยประวัติศาสตร์


สามารถแบ่งได้เป็นยุคๆ ได้ดังนี้
  1. ยุคทวาราวดี (พุทธศตวรรษที่ 12 - 16)
  2. ยุคศรีวิชัย (พุทธศตวรรษที่ 13 - 18)
  3. ยุคลพบุรี (ราวพุทธศตวรรษที่ 12 - 18)
  4. ยุคเชียงแสน (ราวพุทธศตวรรษที่ 16 - 23)
  5. ยุคสุโขทัย (พุทธศตวรรษที่ 19 - 20)
  6. ยุคอู่ทอง (ราวพุทธศตวรรษที่ 17 -20)
  7. ยุคอยุธยา (พุทธศตวรรษที่ 20 - 23)

1. ยุคทวาราวดี (พุทธศตวรรษที่ 12 - 16)

จะปรากฏอยู่ในภาคกลางของประเทศไทย แถบจังหวัดนครปฐม สุพรรณบุรี สิงห์บุรี ลพบุรี ราชบุรี และ ยังกระจายไปอยู่ทุกภาคประปราย เช่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันออกและ ใต้ สถาปัตยกรรมแบบทวาราวดีมักก่ออิฐและใช้สอดิน เช่น วัดพระเมรุ และเจดีย์จุลปะโทน จังหวัดนครปฐม บางแห่งมีการใช้ศิลาแลงบ้าง เช่นก่อสร้างบริเวณฐานสถูป การก่อสร้างเจดีย์ในสมัยทวาราวดีทีพบทั้งเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม เจดีย์ทรงระฆังคว่ำ มียอดแหลมอยู่ด้านบน

2. ยุคศรีวิชัย (พุทธศตวรรษที่ 13 - 18)

พบในภาคใต้ ศูนย์กลางของอาณาจักรศรีวิชัยไม่ทราบแน่ชัด ในประเทศไทยจะพบร่องรอยการ สร้างสถูปตามเมืองสำคัญ เช่น เมืองครหิ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมืองตามพรลิงก์ จังหวัดนครศรีธรรมราช และอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ลักษณะของสถาปัตยกรรมแบบศรีวิชัย คือการสร้างสถูปทรงมณฑปให้มีฐานและเรือนธาตุรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ส่วนยอดเป็นเจดีย์แปดเหลี่ยม ส่วนฐานปากระฆังสร้างเป็นชึ้นลดหลั่นกันไป มีเจดีย์ประดับมุมและซุ้มบันแถลงในแต่ละทิศ ตัวอย่างเช่น พระบรมธาตุไชยา จังหวัด สุราษฎร์ธานี

Image (พระบรมธาตุไชยา สถาปัตยกรรมยุคศรีวิชัย)

3. ยุคลพบุรี (ราวพุทธศตวรรษที่ 12 - 18)

พบบริเวณ ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีรูปแบบคล้ายศิลปะขอม เช่น เทวาลัย ปราสาท พระปรางค์ ต่างๆ นิยมใช้อิฐ หินทรายและศิลาแลง โดยใช้อิฐและหินทรายสำหรับสร้างเรือนปราสาทและใช้ศิลาแลง สร้างส่วนฐาน ต่อมาก็สร้างด้วยศิลาแลงทั้งหลัง สถาปัตยกรรมที่ยังคงสภาพสมบูรณ์อยู่เช่น ปรางค์วัดพระพายหลวง จังหวัดสุโขทัย และ พระปรางค์สามยอด จังหวัดลพบุรี

Image (พระปรางค์สามยอด สถาปัตยกรรมไทยยุคลพบุรี)

4. ยุคเชียงแสน (ราวพุทธศตวรรษที่ 16 - 23)

พบในภาคเหนือ สถาปัตยกรรมส่วนใหญ่สร้างเพื่อเป็นศาสนสถาน อาณาจักรเชียงแสนได้รับเอา ศิลปวัฒนธรรมมาจากดินแดงแห่งอื่นเข้าผสมผสาน ทั้งศิลปะสุโขทัย ศิลปะทวาราวดี ศิลปะศรีวิชัย ศิลปะพม่า

5. ยุคสุโขทัย (พุทธศตวรรษที่ 19 - 20)

ศิลปะสุโขทัยเริ่มต้นราว พ.ศ. 1780 เมื่อพ่อขุนศรีอินทราทิตย์สถาปนากรุงสุโขทัย เอกลักษณ์ ของสถาปัตยกรรมสุโขทัย จะออกแบบให้ก่อเกิดความศรัทธาด้วยการสร้างรูปทรงอาคารในเชิง สัญลักษณ์ เช่น การออกแบบเจดีย์ทรงดอกบัวตูม หรือ เจดีย์ทรงกลม และปั้นรูปช้างล้อมรอบฐานเจดีย์

เจดีย์แบบสุโขทัยแบ่งออกเป็น 3 แบบคือ

1.เจดีย์แบบสุโขทัยแท้ หรือ เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์

2.เจดีย์ทรงกลมแบบลังกา

3.เจดีย์แบบศรีวิชัย

6. ยุคอู่ทอง (ราวพุทธศตวรรษที่ 17 -20)

เป็นศิลปะที่เกิดจากการรวมกันของศิลปะทวาราวดี และอารยธรรมขอม ตัวอย่างของสถาปัตยกรรมอู่ทองเช่น พระปรางค์องค์ใหญ่ในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดลพบุรี

7. ยุคอยุธยา (พุทธศตวรรษที่ 20 - 23)

เอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมในยุคนี้ คือการออกแบบให้แสดงถึงความยิ่งใหญ่ ร่ำรวย สถาปัตยกรรมจึงมีขนาดและรูปร่างสูงใหญ่ ตกแต่งด้วยการแกะสลักปิดทอง โบสถ์วิหารในกรุงศรีอยุธยาไม่นิยมสร้างให้มีชายคายื่นออกมาจากหัวเสามากนัก ส่วนใหญ่มีบัวหัวเสาเป็นรูปบัวตูม และนิยมเจาะผนังอาคารให้เป็นลูกกรงเล็กๆแทนช่องหน้าต่าง ลักษณะเด่นของการก่อสร้างโบสถ์วิหารอีกอย่างคือ การปล่อยแสงให้สาดเข้ามาในอาคารมากขึ้น โดยจะออกแบบให้แสงเข้ามาทางด้านหน้าและฉายลงยังพระประธาน

Image (วิหารพระมงคลบพิตร อยุธยา)

สมัยอยุธยาตอนปลาย รูปแบบสถาปัตยกรรมถือว่าอยู่ในจุดสูงสุด คือเป็นสถาปัตยกรรมที่สามารถตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้ทุกประการ และมีความงดงามอ่อนช้อยตามลักษณะแบบไทยๆ แต่การพัฒนาทางสถาปัตยกรรมต้องหยุดลงหลังกรุงศรีอยุธยาพ่ายแพ้แก่พม่าในปี พ.ศ. 2310 นับเป็นจุดเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น ทั้งด้านการปกครอง ด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ ด้านวัฒนธรรม ฯลฯ

ข. สถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์


สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จขึ้นครองราชย์และสถาปนากรุงเทพมหานครขึ้นเป็นเมืองหลวงกรุงรัตนโกสินทร์ และทรงมีพระราชประสงค์ที่จะทำให้กรุงเทพมหานครเป็นเหมือนกรงศรีอยุธยาแห่งที่สอง กล่าวคือได้มีการสร้างสถาปัตยกรรมที่สำคัญ โดยเลียนแบบอย่างมาจากกรุงศรีอยุธยารวมไปถึงสถาปัตยกรรมประเภท บ้านพักอาศัย เรือนไทยบางเรือนที่ยังคงเหลือจากการทำศึกสงครามกับพม่าก็ถูกถอดจากกรุงศรีอยุธยามาประกอบที่กรุงเทพมหานคร

Image (พระที่นั่งอนันตสมาคม มีรูปแบบเป็นสถาปัตยกรรมตะวันตก)

กรุงเทพมหานครกลายเป็นมหานครศูนย์กลางแห่งหนึ่งที่รวบรวมเอาผู้คนหลายหลายชาติวัฒนธรรมเข้ามารวมอยู่ด้วยกันไม่ว่าจะเป็น แขก (อินเดีย) ฝรั่ง (ชาติตะวันตก) และ จีน ที่มีการซึมซับวัฒนธรรมอื่นมาทีละน้อย หลักฐานในยุคนั้นไม่ปรากฏเท่าไร เนื่องจากผุพังไปตามสภาพกาลเวลา แต่จะเห็นได้จากภาพตามจิตรกรรมฝาผนังของวัดต่างๆ ที่สร้างขึ้นในสมัยนั้น รวมถึงรูปแบบบ้านพักอาศัยซึ่งมีตึกปูนแบบจีนอยู่ค่อนข้างมาก

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว นับเป็นยุคทองแห่งศิลปะจีน มีการใช้การก่ออิฐถือปูนและใช้ลวดลายดินเผาเคลือบประดับหน้าบันแทนแบบเดิม

สมัยรัชกาลที่ 4 เริ่มมีการติดต่อกับชาติตะวันตกมากขึ้นดังเช่น วัดนิเวศธรรมประวัติ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นศิลปะแบบกอธิค

ต่อมาในยุคที่มีการล่าอาณานิคม พระมหากษัตริย์ของเราก็ทรงพระปรีชาสามารถเลือกหนทาง การประนีประนอม ไม่ให้เสียเอกราชไปโดยที่เราต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมความเป็นอยู่ของตัวเอง สถาปัตยกรรมไทยในสมัยนั้นจึงมีหน้าตาเป็นแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก บ้านเรือนเปลี่ยนรูปแบบเป็นตึกก่ออิฐถือปูน มีการวางผังแบบสากลและตายตัว ไม่ใช้ Open Plan แบบเก่า มีการกั้นห้องเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ เช่น รับแขก รับประทานอาหาร นั่งเล่น เป็นต้น

สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้แบ่งประเภท ของบ้านเรือนในกรุงเทพตามแบบวัฒนธรรมออกเป็น 3 แบบ คือ

  1. แบบเดิม คือ แบบเรือนของผู้มีฐานะ (ระดับ)เดียวกัน เคยทำมาอย่างไรก็ทำมาอย่างนั้น มิได้คิดเปลี่ยนแปลงยกตัวอย่างเช่น วังเจ้าบ้านนายขุน
  2. แบบผสม คือ เอาตึกฝรั่งหรือเก๋งจีนมาสร้างแทรกเข้าบ้าง เข้าใจว่าเกิดขึ้นในรัชการที่ 4 และต่อมาจนต้นรัชกาลที่ 5 ดังตัวอย่างที่มีเก๋ง และ การแก้ไขตำหนักที่วังท่าพระ เป็นต้น
  3. เปลี่ยนเป็นอย่างใหม่ คือ เลิกสร้างเรือนแบบไทยเดิม และตึกฝรั่ง เก๋งจีน คิดทำเป็นตึกฝรั่งทีเดียว เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5

อย่างไรก็ตามรูปแบบของสถาปัตยกรรมในสมัยนั้นก็คงเอกลักษณ์ไทยเอาไว้บ้าง เช่นการนำหน้า ตาสถาปัตยกรรมไทยเข้ามาใส่ด้านหน้าของตึก ไม่ว่าจะเป็น ลายฉลุไม้ หลังคา ทรงจั่ว

แนะนำบทความนี้ให้เพื่อน...



ความเห็นจากเพื่อนสมาชิก (1)
โดย ปราโมทย์ แซ่ตั๋น, on 13-05-2008 22:01, , Guest
เป็นเวบไซต์ที่ดีมากครับ เต็มไปด้วยความรู้ ผมก็ชอบบ้านทรงไทยแต่คงต้องเก็บเงิ กันจนแกแน่ๆ
 
» แจ้งข้อคิดเห็นนี้ไปยังผู้ดูระบบ
» ตอบข้อคิดเห็นนี้...

แสดงความเห็น คลิกที่นี่...



mXcomment 1.0.6 © 2007-2010 - visualclinic.fr
License Creative Commons - Some rights reserved
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

บทความบ้านทรงไทยน่าอ่าน
การวัดระยะและการคำนวณปริมาตรไม้

article thumbnail

สมัยก่อน ประเทศไทยของเรา นิยมใช้มาตราวัดระยะแบบไทยๆ เช่น กระเบียด นิ้ว คืบ ศอก วา เส้น ปัจจุบันมาตราชั่ง ต [ ... ]


ฐานานุศักดิ์ของสถาปัตยกรรมไทย

article thumbnail

เรือนเครื่องสับ มีลักษณะพิเศษอยู่อย่างหนึ่งคือ จะมี “ฐานานุศักดิ์” ในตัวของมันเองอยู่ทุกหลัง ทั้งนี้ขึ [ ... ]


ทำไมบ้านไทยจึงมี “ค้ำยัน” เยอะแยะไปหมด

article thumbnail

“ค้ำยัน” หรือบางคนก็เรียกว่า “เท้าแขน” ก็คือไม้เอียงๆทำแยงจากเสาบ้าน ออกไปรับชายหลังคาบ้าน หากเป็นอาคาร [ ... ]


เรือนไทยภาคกลาง

article thumbnail


การตั้งหลักแหล่งชุมชนตลอดจนเรือนพักอาศัยในแต่ละภูมิภาค แต่ละท้องถิ่น จะแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมทาง [ ... ]


การตกแต่งเรือนไทย

article thumbnail

บทความนี้ผมนำมาจาก http://travelaround.bloggang.com เจ้าของบล็อกแห่งนี้เป็นสถาปนิก ผมเห็นว่าเป็นบทความที่มีประโยชน์มากมาก อี [ ... ]


เรือนไทยที่งามที่สุดของเมืองไทย

article thumbnail

ในบรรดาเรือนไทยเดิมที่หลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบันนั้น จากความเห็นของท่านอาจารย์สมภพ ภิรมย์ (อดีตคณะบดีคณ [ ... ]


ความเชื่อโบราณเกี่ยวกับการปลูกบ้านตามเดือน

article thumbnail

ความเชื่อโบราณเกี่ยวกับการปลูกบ้าน ต้องดูฤกษ์ ยาม ประกอบเพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ผู้อยู่อาศัย ความเชื่ [ ... ]


ใครอยากปลูกเรือนไทยฟังทางนี้

article thumbnail

ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมากระแสการปลูก "เรือนไทย" เป็นที่นิยมในหมู่ของคนไทย และชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยในเมือ [ ... ]


บทความอื่นๆ

ดาวน์โหลดเอกสารและซอฟแวร์

Quick Navigation


สุ่มบทความ

คุณรู้ไหม?

ส่งข้อความให้ webmaster






บทความยอดนิยม

สุ่มผลงานที่ผ่านมา

KCOverwatervilla_85
BanKhunTon_87
BanKhunTon_90
wangperm_67

Home | Services | Work Experiences | Articles | Gallery | Webboard | Download | Classified | FAQ | Contact us |
| Glossary | Web Links | Sitemap | Event Calendar | Do you know? | Recommend to friend | Civil & Archi. Glossary |
Copyright 2000 - 2005 BanSongThai.com All rights reserved.
ติดต่อสายด่วน : 08-1556-1520
อีเมล : bansongthai@gmail.com หรือ
webmaster@bansongthai.com
powered by Joomla laithai
eXTReMe Tracker