แบบบ้านทรงไทย
Login เข้าระบบ
ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
จำข้อมูลไว้
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก?
สมัครสมาชิก
เลือกรายการหลัก
หน้าแรก
ความรู้พื้นฐานบ้านทรงไทย
องค์ประกอบบ้านทรงไทย
การก่อสร้างบ้านทรงไทย
การออกแบบ/ตกแต่งบ้านทรงไทย
ฤกษ์ยาม/ความเชื่อในการปลูกบ้าน
เรือนไทย 4 ภาค
คำศัพท์เกี่ยวกับเรือนไทย
แนะนำบ้านทรงไทยเด่น
ผลงานบ้านทรงไทยที่ผ่านมา (ปรับปรุง)
ผลงานการก่อสร้างที่ผ่านมา (เดิม)
รูปภาพบ้านทรงไทย
บริการของเรา
เวบบอร์ด (Forum)
ดาวน์โหลด
ถาม-ตอบ (FAQ)
ลงประกาศซื้อ-ขาย (Classified)
ค้นหา
คุณรู้ไหม? (Do you know?)
แนะนำเวบไซต์
ติดต่อเรา
เลือกรายการรอง
ปฏิทินกิจกรรม
แผนผังเวบไซต์ (Sitemap)
ศัพท์ด้านโยธาและสถาปัตยกรรม
แนะเวบนี้ให้เพื่อน
สุ่มภาพบ้านทรงไทย
Support
ต้องการสอบถามข้อมูลเรื่องบ้านทรงไทย จะอีเมลหรือโทรศัพท์ก็ได้นะครับ
bansongthai@gmail.com
081-556-1520
035-203-212
58/20 ม.2 ต.สามกอ
อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา 11350
Online Help by MSN
คลิกที่ไอคอนออนเอ็ม
เพื่อ MSN กับบ้านทรงไทยดอทคอม
ข่าวล่ามาเร็ว
ข่าวผู้จัดการ
ข่าวจากไทยสาร THAISARN
ข่าวจาก pantip.com
ข่าว RSS THAI
ข่าวจาก นสพ.
ข่าวท่องเที่ยว ททท.
ข่าวบ้านและอสังหาริมทรัพย์
สินค้ามือสอง ThaiSecondHand
หน้าแรก
แนะนำบ้านทรงไทยเด่น
พระตำหนักทับขวัญ เรือนไทยสมบูรณ์แบบที่สุด
พระตำหนักทับขวัญ เรือนไทยสมบูรณ์แบบที่สุด - พระตำหนักทับขวัญ
ดัชนี บทความ
พระตำหนักทับขวัญ
---รวมภาพพระตำหนักทับขวัญ คลิกที่นี่---
หน้า 1 จาก 2
เรือนไทยพระตำหนักทับขวัญ พระราชวังสนามจันทร์ เป็นเรือนไทยภาคกลางที่อาจเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบที่สุด และเป็นแบบอย่างของสถาปัตยกรรมเรือนไทยชั้นครูที่ยังคงลักษณะของเรือนไทยภาคกลาง และเป็นเรือนไทยชนิดเรือนหมู่ที่ทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมไทยครบถ้วน นับ เป็นโบราณสถานอันทรงคุณค่าควรแก่การทำนุบำรุงรักษาสืบไป เรามาศึกษาดูว่าเรือนไทยพระตำหนักทับขวัญ มีลักษณะและประวัติความเป็นมาอย่างไรบ้าง.......
ที่ตั้ง
: ตั้งอยู่ภายในพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัด นครปฐม
ผู้ดูแล
: มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์
ปีที่สร้าง
: พ.ศ. 2444-2454
ผู้สร้าง
: พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ผู้ออกแบบ
: พระยาวิศุกรรมศิลปประสิทธิ์ (น้อย ศิลปี)
ลักษณะของเรือนไทยพระตำหนักทับขวัญ
พระตำหนักทับขวัญ เป็นเรือนไทยภาคกลางที่สมบูรณ์แบบ สร้างด้วยไม้สักทองใช้วิธีเข้าไม้ตามแบบฉบับบ้านไทยโบราณ ฝาเรือนทำเป็นฝาปะกนกรอบลูกฟัก เชิงชายและไม้ค้ำยันสลักเสลาสวยงาม หลังคาเดิมมุงจาก หลบหลังคาด้วยกระเบื้องดินเผา ฝีมือประณีตเชิงชายและไม้ค้ำยันสลักเสลาสวยงาม นายช่างผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างคือ พระยาวิศุกรรมศิลป์ประสิทธิ์ (น้อย ศิลปี) พระตำหนักทับขวัญประกอบด้วยกลุ่มเรือน 8 หลัง ได้แก่ เรือนใหญ่ 4 หลัง เรือนหลัง ใหญ่เป็น เรือนไทยชนิด 3 ห้อง คือมีเสา 4 แถว มีระเบียง ทางด้านข้างหรือด้านหน้า คือ ด้านที่ติดกับชาน และเรือนเล็ก 4 หลัง เป็นเรือนชนิด 2 ห้องและไม่มีชาน สร้างให้หันหน้าเข้าหากัน 4 ทิศบนชานรูปสี่เหลี่ยมหรือหันหน้าเข้าหาลานกว้างตรงกลาง เรือนหลังใหญ่เป็นที่ประทับหรือหอนอน 2 หลังตั้งคู่กัน (ห้องบรรทมเป็นหอนอนที่อยู่ทางทิศใต้) อีก 2 หลังเป็นเรือนโถงท้องพระโรงหรือหอนั่งตั้งอยู่ด้านหน้า ห้องเสวยหรือเรือนครัวอยู่ด้านหลัง ซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน ส่วนเรือนเล็กอีก 4 หลังนั้นตั้งอยู่ตรงมุม 4 มุมๆ ละ 1 หลัง ตั้งอยู่ตรงมุมของหลังใหญ่ทั้ง ๔ มุม ได้แก่ หอนก 2 หลัง เรือนคนใช้และเรือนเก็บของ
เรือนทุกหลังมีชานเรือนเชื่อมกันโดยตลอด บริเวณกลางชานเรือนปลูกต้นจันทน์ใหญ่แผ่กิ่งก้านไว้ให้ร่มเงาอยู่กลางนอกชาน รอบๆ บริเวณปลูกไม้ไทย มีต้นจันทร์ จำปี นางแย้ม นมแมว เป็นต้น (เมื่อปี พ.ศ. 2510 - 2511 ยังมีกระถางไม้ดัดและอ่างปลาเหลืออยู่ที่นอกชาน เหมือนบรรยากาศนอกชานเรือนขุนช้างในเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน)
คูหาหน้าบันประดับด้วยป้านลมและตัวเหงาหน้าบันเป็นแบบลูกฟักหน้าพรหม ฝาเรือนเป็นไม้เข้าลิ้นแบบฝาปะกน พระตำหนักนี้จะมีบันไดขึ้นลง 2 บันได บันไดหน้ามีซุ้มประตูเป็นหลังคาซุ้มเล็กๆ ทรงเดียว กับหลังคาเรือน บันได อยู่ที่ส่วนเชื่อมต่อกันของชานระเบียงเรือนใหญ่กับเรือนเล็ก แรกเริ่มนั้นเรือน ทุกหลังมุงหลังคาด้วยตับจาก และหลบสันหลังคาด้วยกระเบื้องดินเผา แต่ได้เปลี่ยนเป็นกระเบื้องดินเผาภายหลัง โครงสร้างทั้งหมดเป็นไม้ พื้นเป็นไม้สักปูตามยาวของตัวเรือนมีรอดรองรับ นอกจากนี้พระตำหนักทับขวัญนี้ยังเป็นเรือนไทยที่มีใต้ถุนสูง ใต้ถุนของตัวเรือน คนสามารถเดินลอด ผ่านได้สะดวก ส่วนใต้ถุนของระเบียงและชาน สามารถลอดได้แต่ไม่สะดวกนัก
พระตำหนักเรือนทับขวัญมองดูงามได้ส่วนสัด ซึ่งไม่สามารถหากลุ่มเรือนไทยในลักษณะนี้ที่ไหนดูได้อีก
ฤทัย ใจจงรัก อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้วิจัยเรื่อง "เรือนไทยเดิม" กล่าวว่าเรือนทับขวัญ ถือว่าเป็นฝีมือครู ซึ่งเป็นแบบฉบับให้อนุชนรุ่นหลังไปศึกษาค้นคว้าได้ดีที่สุด เรือนนี้อยู่ในประเภทเรือนคหบดีเละมีส่วนประกอบครบ
แต่งห้องสไตล์โมเดิร์น รับกับมู่ลี่ปรับแสงทั้งหน้าต่างและสกายไลท์ มู่ลี่ช่วยซ่อนเร้นบรรยากาศภายในบ้านจากสายตาของเพื่อนบ้านได้เป็นอย่างดี
ภายในหอนอนชาย เป็นที่จัดแสดงพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6
ห้องพระบรรทม หรือ หอนอนชาย เป็นเรือนนอนชนิด 3 ห้อง หลังคาทอดคลุมมาถึงระเบียงด้านหน้า
บริเวณด้านหน้าวังหันสู่พระบรมมหาราชวัง ยอดจั่วมุขกลางเป็นลักษณะโค้ง มีตราประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวชานโล่งแล่นกลางเชื่อมเรือนเครื่องสับ 8 หลังเข้าด้วยกันเป็นเรือนหมู่ มีต้นจันทน์ขนาดใหญ่ให้ร่มเงาและความเย็นสบาย
บันไดด้านหน้า มีซุ้มหลังคาประดับ ตัวบันไดเจาะโปร่งไม่มีราวกั้น
หลังคาสูง ยอดแหลม เส้นหลังคาทอดอ่อนเหมือนทรงจอมแห เป็นเอกลักษณ์ที่งดงามโดดเด่นของบ้านทรงไทย
ภายในหอนอนชาย เป็นที่จัดแสดงพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6
ฝาพระตำหนักทั้งหลังเป็นฝาปะกนไม้สักกรอบลูกฟักฝีมือประณีต เฉพาะภายในห้องพระบรรทมประดับด้วยภาพพระบรมฉายาลักษณ์ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ที่กลางเพดานห้องและประตูที่เปิดไปสู่ห้องชั้นใน แต่งด้วยเครื่องแขวนดอกไม้แห้ง ดูอ่อนหวานงดงามแบบไทยๆ
ประวัติความเป็นมาพระตำหนักทับขวัญ
ปี พ.ศ. 2454
จังหวัด นครปฐม เป็นจังหวัดที่มีองค์พระปฐมเจดีย์ ตั้งเด่นเป็นสง่าเป็นศรีแก่จังหวัดจากองค์พระเจดีย์ ไป 1 กิโลเมตรทางด้านทิศตะวันตกของเมือง มีบริเวณที่เรียกกันมาว่า "เนินปราสาท" ใกล้ๆ กับเนินแห่งนี้ มีสระน้ำขนาดใหญ่เรียกว่า "สระน้ำจันทร์" พระบาทสมเด็จพระ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังเพื่อแปรพระราชฐานในการเสด็จมาสักการะองค์พระปฐมเจดีย์ ณ เนินปราสาทแห่งนี้ พระราชทานนาม ว่า พระราชวังสนามจันทร์ การก่อสร้างพระที่นั่งและพระตำหนักต่างๆ ในพระราชวังสนามจันทร์นั้น ได้ดำเนินติดต่อกันมาถึง 4 ปี จึงเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2454
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างเรือนไทยพระตำหนักทับขวัญขึ้นเพื่อรักษาศิลปะบ้านไทยแบบโบราณและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดการพระราชพิธีขึ้นพระตำหนักใหม่ เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2454 พระองค์ได้ประทับแรม ณ พระตำหนักองค์นี้เป็นเวลา 1 คืน และเมื่อมีการซ้อมรับเสือป่า พระตำหนักองค์นี้ใช้เป็นที่ตั้งกองบัญชาการเสือป่าราบหนักรักษาพระองค์
พระตำหนักทับขวัญสร้างขึ้นคู่กับพระตำหนักทับแก้ว ซึ่งเป็นตึกฝรั่งอยู่ทางด้าน ตะวันออกคนละฟากถนนกับทับแก้ว
ปี พ.ศ. 2479
ในสมัยรัชกาลที่ 7 กระทรวงมหาดไทยขอให้ทับขวัญเป็นที่พักเกษตรมณฑล พ.ศ. 2479 ทางจังหวัดนครปฐมขอทับขวัญเป็นสิทธิ์ เพื่อจะจัดการบูรณะ ดังข้อความปรากฏในหนังสือสำนักพระราชวังที่ 1856/2479 ดังนี้
ด้วยคณะกรรมการจังหวัดนครปฐมมีหนังสือว่า เรือนทับขวัญ ทรุดโทรมมาก ถ้าทิ้งไว้ไม่ จัดการซ่อมแซมเสียใหม่ ก็นับวันแต่จะผุพังไป เพราะมีอายุตั้ง 25 ปีเศษแล้วจึงหารือมาว่า ถ้าสำนักพระราชวังไม่ประสงค์จะรื้อมา แล้วและ ยกให้เป็นสิทธิ์ของจังหวัดเสียทีเดียว ทางจังหวัดจะได้จัดการ ซ่อมแซมให้มั่นคงถาวรสำหรับใช้ประโยชน์ในราชการต่อไป
ตามเรื่องราวปรากฏว่า เคยเป็นตำหนักที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 กระทรวงวังมีความรังเกียจที่จะให้ผู้อื่นอยู่ร่วมอาศัย ได้เคยดำริจะรื้อนำมากรุงเทพฯ ครั้งหนึ่ง เมื่อ พ.ศ. 2476 แต่ยังมิได้จัดการอย่างไรต่อจากนี้ เลขานุการคณะกรรมการพระราชวัง ได้มีหนังสือถึงราชเลขานุการในพระองค์ ความว่า
เรื่องนี้คณะกรรมการพระราชวัง ลงมติว่า เห็นควรให้ยืนตามมติเดิม (การประชุมครั้ง 20/2479) และยังไม่เห็นควรรื้อ เพราะ เห็นว่าเรือนนี้ยังคงทนถาวรอยู่
ปี พ.ศ. 2509
พระตำหนักทับขวัญตกเป็นกรรมสิทธิ์ ของมหาวิทยาลัยศิลปากร พระตำหนักอยู่ในสภาพทรุดโทรมมาก หลังคา ชำรุดและรั่ว พื้นพัง โดยเฉพาะพื้นชานไม่ สามารถใช้ได้
ปี พ.ศ. 2511
นับตั้งแต่มีการขยายมหาวิทยาลัยศิลปากรยังพระราชวังสนามจันทร์ในปี 2511 มหาวิทยาลัย มีความคิดที่จะใช้ทับขวัญเป็นพิพิธภัณฑ์ทางภาษาและวัฒนธรรมไทย และคิดจะบูรณะ ตั้งแต่ครั้งนี้ และคิดต่อมาเรื่อยๆ แต่ขาดเงิน
ทางด้านกรมศิลปากร น.อ.สมภพ ภิรมย์ ร.น. เขียนไว้ว่า
ครั้นเมื่อได้รับพระบรมราชโองการให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากร ได้จัดซ่อมแซมทับขวัญทั้งหมด มุงหลังคาจากตามแบบเดิม เท่าที่งบประมาณและโอกาสอันพึงกระทำได้และได้สั่งการให้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้ โดยมีบริเวณรอบเรือนทับขวัญด้วย
ภายหลังทรุดโทรมลงมาก กรมศิลปากรร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากรได้ของบประมาณ และขอรับบริจาคจากหน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการบูรณะจนเสร็จสมบูรณ์โดยวิธีรื้อของเก่าออกทั้งหลังแล้วสร้างขึ้นใหม่ให้เหมือนเดิม แต่มุงหลังคาด้วยกระเบื้องแทนจาก
ปี พ.ศ. 2519
ใน พ.ศ. 2519 คณะกรรมการส่งเสริมกิจการละครพูดกับนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร จัดการแสดงละครพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 6 เรื่อง "ตบตา" และเรื่อง "ทานชีวิต" ที่โรงละครแห่ง ชาติ เพื่อเก็บเงินตั้งเป็นกองทุนบูรณะพระตำหนักทับขวัญ คุณย่าทิม ประพันธ์สิริ คนสมัยรัชการที่ 6 ซึ่งเคยเห็นพระตำหนักทับขวัญมาตั้งแต่ยัง เป็นเด็กได้บริจาคเงินเริ่มกองทุนหนึ่งหมื่นบาท
ปี พ.ศ. 2524
ในระยะ 3-4 ปีก่อนการฉลองวันพระบรมราชสมภพครบ 100 ปี ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ตรงกับวันที่ 1 มกราคม 2524) คณะกรรมการ 2 คณะมี ฯพณฯ ศาสตราจารย์ ม.ล.ปิ่น มาลากุล เป็นประธาน "คณะกรรมการฉลองวัน พระบรมราชสมภพครบ 8 รอบ และ 100 ปีของ รัชกาลที่ 6" กับ "อนุกรรมการรวบรวม และค้นคว้าเกี่ยวกับพระราชนิพนธ์ ฯลฯ ของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว"และมหาวิทยาลัยศิลปากรได้พยายามกระตุ้นทั้งฝ่ายรัฐบาลและเอกชนให้เห็นความสำคัญของพระตำหนักทับขวัญผลที่สุดทั้งฝ่ายรัฐบาลและเอกชนต่างก็ให้ความสนใจต่อเรื่องนี้
ใน พ.ศ. 2524 อันเป็นปีฉลองวันพระบรมราชสมภพดังกล่าวกรมศิลปากร ได้เสนอของ งบประมาณเพื่อบูรณะพระตำหนัก ทับขวัญเป็นเงินหนึ่งล้านบาท ฝ่ายมหาวิทยาลัยศิลปากรได้ตั้ง "คณะกรรม การร่างโครงการบูรณะเรือนทับขวัญ" และได้ประกาศทางหนังสือพิมพ์ขอให้ช่วยกันบริจาคเงินเพื่อการนี้ แถลงว่าหาก ทับขวัญได้รับการบูรณะ เสร็จแล้ว มหาวิทยาลัย จะใช้เป็นที่ตั้งศูนย์วัฒนธรรมภาคกลางและภาคตะวันตก ปรากฏว่าธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด บริจาคเงินสมทบทุนไว้อีก หนึ่งหมื่นบาท ในปีเดียวกันนี้ชุมนุมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม ได้จัดการโขนกลางแปลงเรื่อง "มารชื่อพิเภก" ได้เงินหนึ่งแสนบาทและสมาคม ชาวนครปฐม จัดงาน "ห้าธันวามหาราช" ได้เงินสมทบทุนอีกหนึ่งแสนบาท
ปี 2525
พ.ศ. 2525 บริษัทเอสโซ่ แสตนดาร์ด ประเทศไทย จำกัด ได้บริจาคเงินสองล้านบาทร่วมบูรณะพระตำหนักทับขวัญ เนื่องในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ในขณะเดียวกันกรมศิลปากร ได้งบประมาณแผ่นดินเพื่อบูรณะพระตำหนักทับขวัญหนึ่งล้านบาท
ดังนั้นในปี พ.ศ. 2525 ทาง มหาวิทยาลัยได้ทำการบูรณะขึ้นใหม่ทั้งหลัง โดยให้อยู่ในรูปแบบลักษณะเดิมทุกประการ นอกจากในเรื่องระบบโครงสร้างและวัสดุ โดยเปลี่ยนแปลงระบบโครงสร้างและวัสดุ ซึ่งได้แก่ ่เสาช่วงล่างเปลี่ยนเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กและเพิ่มคานด้านความยาวเพื่อรองรับราที่เพิ่มให้ถี่ขึ้น ในการรองรับพื้นเรือนให้สามารถรองรับน้ำหนักจากผู้คนที่เข้ามาเยี่ยมชมพระตำหนักซึ่งจำนวน จะมากกว่าปกติ เครื่องมุงหลังคาเปลี่ยนจากตับจากเป็นกระเบื้องดินเผาหลบหลังคาที่สันหลังคา และหลบหลังคาปั้นลมเปลี่ยนมาเป็นทำด้วยปูน
ปัจจุบัน
ปัจจุบัน ภายในพระตำหนักใช้จัดแสดงพระราช ประวัติและพระราชกรณียกิจด้านไทยศึกษาของพระบาท สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เช่น เรื่องเกี่ยวกับภาษา วรรณคดี โบราณคดี การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา กิจการเสือป่า และลูกเสือไทย เป็นต้น
พระตำหนักทับขวัญ เป็นแบบอย่างของสถาปัตยกรรมชั้นครูที่ยังคงลักษณะของ เรือนไทยภาคกลางชนิดเรือนหมู่ที่ทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมไทยครบถ้วน นับ เป็นโบราณสถานอันทรงคุณค่าควรแก่การทำนุบำรุงรักษาสืบไป
พระตำหนักทับขวัญซึ่งอยู่ในระราชวังสนามจันทร์บางส่วนอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของมหาวิทยาลัยศิลปากร และจังหวัดนครปฐม เปิดให้เข้าชมทุกวัน ปิดวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.30-16.00 น. (ปิดขายบัตร 15.30 น.) อัตราค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท พระภิกษุ สามเณร แม่ชี นักศึกษา 10 บาท ชาวต่างประเทศ 50 บาท โทร. 0 3424 4237 โทรสาร 0 3424 4235
การเดินทาง
ทางรถยนต์ :-
จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนเพชรเกษม ( ทางหลวงหมายเลข 4 ) มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครปฐม
จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนสายปิ่นเกล้า - นครชัยศรี ( ทางหลวงหมายเลข 338 ) มุ่งหน้าสู่นครปฐม ทั้งสองเส้นทางด้านบนจะต้องผ่านแยกนครชัยศรี
จากแยกนครชัยศรี ขับตรงไปประมาณ 8.5 กิโลเมตร จะถึงแยกบ้านแพ้ว ( ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปบ้านแพ้ว ถ้าตรงไปจะไปนครปฐม ราชบุรี ) ให้ขับตรงไปอีกประมาณ 500 เมตร จะพบสะพานไปตัวเมืองนครปฐม ให้ขับขึ้นสะพาน ( ถ้าตรงไปจะไปราชบุรี ) หลังจากขึ้นสะพานแล้วให้ขับตรงไปอีกประมาณ 3.4 กิโลเมตร จะพบ 4 แยกไฟแดง ( ถ้าตรงไปก็คือ องค์พระปฐมเจดีย์ ถ้าเลี้ยวขวาจะเข้าไปยังตลาดนครปฐม ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปจังหวัดสุพรรณบุรี ) ให้ท่านเลี้ยวซ้าย แล้วขับตรงไปประมาณ 200 เมตร จากนั้นเลี้ยวขวา แล้วขับตรงไปประมาณ 1.9 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาที่ไฟแดง เลี้ยวขวาแล้วให้ขับตรงไปประมาณ 400 เมตร ก็จะถึงพระราชวังสนามจันทร์
...รถเก๋งไปได้นะครับ ...เป็นทางราดยางตลอดเส้นทาง..
ทางรถโดยสารประจำทาง :-
จากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ นั่งรถสายกรุงเทพฯ - สุพรรณบุรี ไปลงที่ มหาลัยศิลปากร ( นครปฐม ) จากนั้นเดินเท้าประมาณ 400 เมตร จะถึงพระราชวังสนามจันทร์
ย้อนกลับ -
ต่อไป >>
ลิงค์บทความในเวบคุณ
เก็บบทความไว้
(334)
พิมพ์
ความเห็นจากเพื่อนสมาชิก (1)
แสดงความเห็น คลิกที่นี่...
โดย lalita, on 22-07-2009 05:31, , Registered
www.lalitaflorist.com
084 5311 754 เรือนไทยมีนบุรี บริการจัดงานเลี้ยง เช่น งานสังสรรค์
งานแต่งงาน บริการครบวงจร ในงบประมาณที่คุณพอใจ
สนใจติดต่อ 084 5311 754
»
แจ้งข้อคิดเห็นนี้ไปยังผู้ดูระบบ
»
ตอบข้อคิดเห็นนี้...
แสดงความเห็น คลิกที่นี่...
mXcomment 1.0.6 © 2007-2012 -
visualclinic.fr
License
Creative Commons
- Some rights reserved
< ก่อนหน้า
ถัดไป >
[ ย้อนกลับ]
บทความที่น่าสนใจ
ชื่อเรียกส่วนประกอบต่างๆ ของเรือนไทย
ฝาเรือนไทย และรูปแบบของฝาเรือนไทย
ทำไมต้องศึกษาภูมิปัญญาสถาปัตยกรรมไทย
วิวัฒนาการบ้านทรงไทยในสมัยรัตนโกสินทร์
หนังสือ/แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับบ้านทรงไทย
ข้อดีและข้อเสียของบ้านทรงไทย
เรือนไทยบ้านเรามีกี่ประเภท
ประเภทของเรือนไทย
กำเนิดหมู่บ้านไทย
ความเชื่อถือแต่โบราณและฤกษ์ยามในการปลูกบ้านทรงไทย
เรือนไทย เหตุผลจากภูมิปัญญาที่นำมาใช้ได้
เรือนไทยทำไมเย็น
10 จุดบ้านทรงไทยเสียทรง
อะไรคือข้อห้ามสำหรับการออกแบบบ้านไทย
จะสร้างบ้านทรงไทยสักหลัง...จะต้องทำอะไรบ้าง ?
การวัดระยะและการคำนวณปริมาตรไม้
ข้อห้ามเฉพาะสำหรับการสร้างบ้านทรงไทย
ข้อห้ามเคหะศาสตร์
เรือนไทยภาคเหนือ
เรือนไทยภาคอีสาน
เรือนไทยภาคใต้
ยลความงามเมื่อครั้งอดีตที่ "วังสวนผักกาด"
Amantee บ้านทรงไทยสวยงามเงียบสงบ
Joomla Featured Articles Module by DART Creations
ดาวน์โหลดเอกสารและซอฟแวร์
แบบกุฏิเรือนไทย
(3)
แบบบ้านทรงไทย เรือนเดี่ยว
(6)
แบบบ้านทรงไทย เรือนคู่
(6)
เอกสาร pdf เรือนไทยในวิถีไทย
(4)
โบรชัวร์และ catalog บ้านทรงไทยดอทคอม
(2)
แบบบ้านทรงไทย เรือนหมู่
(5)
ซอฟแวร์งานก่อสร้างบ้าน
(2)
ตารางข้อมูลมาตรฐานการคำนวณและออกแบบ
(8)
กฏหมายและพระราชบัญญัติงานก่อสร้างและอาคาร
(1)
Quick Navigation
- ไปที่ -
รายชื่อสมาชิก
ที่อยู่ติดต่อ
แบบทดสอบความรู้
ยืนยันการชำระเงิน
webmaster@bansongthai.com
bansongthai@gmail.com
bansongthai@hotmail.com
ข่าวผู้จัดการ
ข่าวจากไทยสาร THAISARN
ข่าวจาก pantip.com
ข่าว RSS THAI
ข่าวจาก นสพ.
ข่าวท่องเที่ยว ททท.
ข่าวบ้านและอสังหาริมทรัพย์
สินค้ามือสอง ThaiSecondHand
หน้าแรก
ความรู้พื้นฐานบ้านทรงไทย
องค์ประกอบบ้านทรงไทย
การก่อสร้างบ้านทรงไทย
การออกแบบ/ตกแต่งบ้านทรงไทย
ฤกษ์ยาม/ความเชื่อในการปลูกบ้าน
เรือนไทย 4 ภาค
คำศัพท์เกี่ยวกับเรือนไทย
แนะนำบ้านทรงไทยเด่น
ผลงานบ้านทรงไทยที่ผ่านมา (ปรับปรุง)
ผลงานการก่อสร้างที่ผ่านมา (เดิม)
รูปภาพบ้านทรงไทย
บริการของเรา
เวบบอร์ด (Forum)
ดาวน์โหลด
- แบบฟอร์มทางธุรกิจ เอกสารบริษัท ห้างร้าน
- กฏหมายและพระราชบัญญัติงานก่อสร้างและอาคาร
- ซอฟแวร์งานก่อสร้างบ้าน
- ตารางข้อมูลมาตรฐานการคำนวณและออกแบบ
- หนังสือสัญญาและเอกสารนิติกรรมต่างๆ
- เอกสาร pdf เรือนไทยในวิถีไทย
- แบบกุฏิเรือนไทย
- แบบบ้านทรงไทย เรือนคู่
- แบบบ้านทรงไทย เรือนหมู่
- แบบบ้านทรงไทย เรือนเดี่ยว
- โบรชัวร์และ catalog บ้านทรงไทยดอทคอม
ถาม-ตอบ (FAQ)
ลงประกาศซื้อ-ขาย (Classified)
ค้นหา
คุณรู้ไหม? (Do you know?)
แนะนำเวบไซต์
- Links for Admin only
- Links for BanSongThai Staff Only
- กฏหมายการก่อสร้างบ้าน
- การก่อสร้างและข้อมูลเกี่ยวกับบ้าน
- การออกแบบและสถาปัตยกรรมไทย
- ค้นหาข้อมูลและบริการต่างๆ
- นิตรสารและวารสารเกี่ยวกับบ้านและการตกแต่ง
- วัสดุก่อสร้าง
- วิศวกรรมโยธาและงานรับเหมาก่อสร้าง
- เรือนไทย/บ้านทรงไทย
- เวบบอร์ด
- โมเดลบ้านและบ้านย่อส่วน
ติดต่อเรา
Our Online-Shop
- แบบบ้านทรงไทย
- โมเดลบ้านทรงไทยจำลอง
- ผลิตภัณฑ์งานไม้บ้านทรงไทย
บทความ
วิธีการสั่งซื้อสินค้า (How to order)
ปฏิทินกิจกรรม
แผนผังเวบไซต์ (Sitemap)
ศัพท์ด้านโยธาและสถาปัตยกรรม
แนะเวบนี้ให้เพื่อน
รวมผลงานการก่อสร้างที่ผ่านมา
Easy gallery
รายชื่อติดต่อ
Home
Contact Us
News
Links
สุ่มบทความ
สถาปัตยกรรมไทยกับการปรับเย็นตามธรรมชาติ
เรือนไทยทำไมเย็น
เรือนไทยภาคกลาง
บ้านไทยปูไม้พื้นจะวางแนว “ไม่แทงหน้า”
แนะนำ "หมู่บ้านศิลปาชีพ" บางไทร
การเลือกพื้นที่ในการปลูกเรือน หรือการวางผังบ้าน ตามตำราเฟงจุ้ย
“กาแล” มีไว้เพื่ออะไร
คุณรู้ไหม?
คุณรู้ไหม เขาคำนวณและคิดราคาไม้แปรรูปกันยังไง
บันได บ้านภาคกลาง มีกี่แบบ?
ระบบโครงสร้างเรือนไทยภาคกลางเป็นอย่างไร ?
วัสดุก่อสร้างที่นิยมใช้สร้างเรือนไทยภาคกลาง คืออะไร?
เรือนไทย แบ่งโครงสร้างออกเป็นกี่ส่วน?
ส่งข้อความให้ webmaster
ข้อความ...
บทความยอดนิยม
บ้านเรือนไทยภาคตะวันออก
เรือนไทยภาคเหนือ
เรือนไทยภาคกลาง
บ้านไทยประยุกต์
เรือนไทยภาคอีสาน
เรือนไทยภาคใต้
เรือนไทยที่งามที่สุดของเมืองไทย
สุ่มผลงานที่ผ่านมา
Home
|
Services
|
Work Experiences
|
Articles
|
Gallery
|
Webboard
|
Download
|
Classified
|
FAQ
|
Contact us
|
|
Glossary
|
Web Links
|
Sitemap
|
Event Calendar
|
Do you know?
|
Recommend to friend
|
Civil & Archi. Glossary
|
Copyright 2000 - 2005
BanSongThai.com
All rights reserved.
Free counter
ติดต่อสายด่วน
:
08-1556-1520
อีเมล
:
bansongthai@gmail.com
หรือ
webmaster@bansongthai.com
powered by Joomla laithai